
เรื่องน่ารู้ของ กลิมา คืออะไร ต่างจากการต่อสู้ในบ้านเราไหม?
- Pink Panther
- 16 views

กลิมา คืออะไร หากจะกล่าวถึง มวยปล้ำ ที่มีเอกลักษณ์ “Glíma” อาจเป็นหนึ่งในรูปแบบ ของการต่อสู้พื้นบ้าน ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในไอซ์แลนด์ จากการที่ผู้เล่น จะเอามือจับที่เอวของคู่ต่อสู้ และพยายามเหวี่ยงคู่ต่อสู้ ให้ล้มลงบนพื้น ที่ค่อนข้างใช้เทคนิค มากกว่ากำลัง
กลิมา คืออะไร ก่อนอื่น กีฬาชนิดนี้ ถูกเรียกในไอซ์แลนด์ว่า “Glíma” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Icelandic Wrestling ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาต่อสู้ ที่สามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุด ในไอซ์แลนด์ ซึ่งจะมีประวัติความเป็นมา และกฎกติกา ที่น่าสนใจอย่างไร ตามไปดูกันได้แล้ว ด้านล่างนี้
ต้นกำเนิดของกลิมา (Glíma) อาจเป็นศิลปะ ที่มีอายุกว่า 1100 ปี ซึ่งถูกนำเข้ามาในไอซ์แลนด์โดยชาวไวกิ้ง ก่อนที่จะได้รับการฝึกฝน เป็นศิลปะพื้นบ้าน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากการกล่าวถึงในตำรากฎหมาย “Jonsbok” ในปี 1325 โดยคำที่ใช้ในตำรา เพื่ออ้างถึงมวยปล้ำคือ “Leikfang”
ซึ่งเป็นชื่อเก่า ที่มาจากรากศัพท์ “Fang” ซึ่งหมายถึง “การจับ” ในแง่ของการควบคุมบุคคล หรือวัตถุ แม้ว่าในตำนานโบราณ เมื่อพูดถึง “Leikfang” อาจจะฟังดูเหมือน มวยปล้ำแบบล็อกหลัง แม้ว่าการแข่งขันบางรายการ อาจจบลงด้วยการที่กระดูกสันหลังหัก จากการถูกดัดตัวไปด้านหลัง
ที่มา: The Gripping History of Glima (มกราคม 2000) [1]
กีฬากลิมา (Glíma) เกมการแข่งขัน ที่ได้เปลี่ยนจากกิจกรรมยามว่างยอดนิยม ที่เล่นกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ตามโอกาสต่างๆ มาเป็นกีฬาเพื่อการแข่งขัน ที่มีกฎระเบียบเข้มงวด และมีการจัดการแข่งขัน อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้คนเลิกฉีกกางเกง ของกันและกัน และหันมาใช้สายรัดแทน
กฎกติกา
รูปแบบ
ที่มา: Glíma (27 มิถุนายน 2025) [2]

ปัจจุบัน การแข่งขันกลิมาในโอลิมปิกฤดูร้อน (Glíma at the Summer Olympics) ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ของประวัติศาสตร์กีฬาไอซ์แลนด์ ที่ได้รับการยอมรับ ในปี 1912 ซึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิกอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน
มวยปล้ำกลิมา เป็นกีฬาที่ได้รับการนำเสนอใน โปรแกรมสาธิต การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 1908 จนกระทั่ง การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ Stockholm ก็ได้ถูกจัดขึ้นในปี 1912 โดยมีกีฬากลิมา รวมอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อดึงดูดผู้ชม และกลายเป็นกีฬาที่นิยม ในท้องถิ่นรอบๆ
จากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงครามขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันโอลิมปิก ออกไปถึง 8 ปี เมื่อการแข่งขันกลับมาจัดอีกครั้ง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) จึงวางแผนที่จะทำตามสัญญา และบรรจุกีฬากลิมา ในการแข่งขันโอลิมปิก ที่เมือง Antwerpen ในปี 1920 แต่ก็ต้องถูกยกเลิกไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง
ที่มา: The Bizarre Inclusion Of Glíma In 1912 Olympics (28 ตุลาคม 2014) [3]
กีฬากลิมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ มวยปล้ำไอซ์แลนด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน การต่อสู้แบบดั้งเดิม ของไอซ์แลนด์ ที่สืบทอดกันมานาน หลายศตวรรษ แม้ว่าจะได้รับความนิยม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก เป็นกีฬาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งจะประกอบไปด้วย อะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน
คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ dovemed
สรุป กลิมาคืออะไร จากข้อมูลข้างต้น “Glíma” เป็นหนึ่งในรูปแบบของการต่อสู้ ของชาวไอซ์แลนด์ ที่ถูกจัดอยู่ในประเภท มวยปล้ำพื้นบ้าน ที่พบได้บ่อยที่สุดในไอซ์แลนด์เช่นกัน ซึ่งเคยเป็นกีฬา ที่ถูกเสนอใน โปรแกรมสาธิต ของการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนมาแล้ว แต่ก็ต้องถูกยกเลิกไป
ลักษณะเด่นของ มวยปล้ำกลิมา คือ การก้าวเท้า โดยที่ผู้เข้าแข่งขัน จะก้าวเท้าตามลำดับระหว่างรอบ ซึ่งทำให้พวกเขาเคลื่อนที่ เป็นวงกลมอย่างต่อเนื่อง โดยการเคลื่อนไหวเป็นวงกลม ที่คล้ายกับท่าเต้นนี้ มีจุดประสงค์ เพื่อสร้างโอกาสสำหรับการโจมตี และการป้องกันที่ดี นั่นเอง
การเล่นมวยปล้ำกลิมา ในสมัยก่อนจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ กลิมาแบบเป็นทางการ มวยปล้ำแบบลูสกริปส์ และการดวลกันจนตาย ซึ่งการดวลกันถึงตายนี้ จะเกิดขึ้นเฉพาะ ในกรณีที่มีความผิดร้ายแรงที่สุดเท่านั้น จากการใช้แผ่นหินขนาดใหญ่ ทุบคู่ต่อสู้ให้ตาย

