
เรื่องน่ารู้ของ ฟรีไดฟ์ เทคนิค กีฬาทางน้ำ แบบกลั้นหายใจ
- Pink Panther
- 14 views

ฟรีไดฟ์ เทคนิค การดำน้ำแบบไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “Freediving” ที่เป็นหนึ่งในรูปแบบของการดำน้ำใต้น้ำ ที่อาศัยการกลั้นหายใจ จนกว่าจะขึ้นสู่ผิวน้ำ แทนที่นักกีฬาจะใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ซึ่งจะมีเทคนิคอย่างไร และมีกิจกรรมอะไรบ้าง ตามไปดูกัน
ฟรีไดฟ์ เทคนิค หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Freediving” หนึ่งในกีฬาใต้น้ำ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จากการที่นักดำน้ำ จะต้องกลั้นหายใจเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วดำดิ่งลงไปในมหาสมุทร ที่ส่วนใหญ่ จะอยู่ในน้ำได้นานถึง 45 วินาที ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรอีกบ้าง ไปดู
ประวัติศาสตร์ของ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์นั้น สามารถย้อนไปถึงในสมัยโบราณ ที่ยังไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ อีกทั้งยังมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการหาอาหาร จนกระทั่ง ในปี 1913 ได้มีนักดำน้ำเก็บฟองน้ำชาวกรีกชื่อ “Stotti Georghios” ได้ทำการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ เป็นครั้งแรก
ซึ่งต่อมา ในปี 1927 Jacques O’ Marchal ก็ได้มีการนำเสนอหน้ากากดำน้ำ แบบครอบจมูก ทำให้ในปี 1949 Raimondo Bucher ได้พัฒนาการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ให้เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน จนกระทั่ง ในปี 1960 Enzo Majorca ก็ได้สร้างสถิติโลกครั้งแรก จากการดำดิ่งลงไปที่ความลึก 45 เมตร
ที่มา: Free Diving: History, Types, Objective, & Equipment (15 มิถุนายน 2022) [1]
กีฬาฟรีไดฟ์ (Freediving) คือ รูปแบบการดำน้ำใต้น้ำ ที่มักจะอาศัยการกลั้นหายใจ แทนที่จะใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่นอกจากข้อจำกัดของการกลั้นหายใจแล้ว การสัมผัสกับความดันบรรยากาศสูง ยังส่งผลกระทบทางสรีรวิทยาได้อีกด้วย ซึ่งในแต่ละกิจกรรม จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามไปดูกันได้แล้ว ดังนี้
เทคนิค
อุปกรณ์
ที่มา: Freediving (1 ธันวาคม 2025) [2]

ปัจจุบัน การแข่งขันดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ชิงแชมป์โลก จะเป็นที่รู้จักในชื่อ AIDA World Championships ที่นับเป็นการแข่งขันดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ระดับนานาชาติที่สำคัญ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สมาคมนานาชาติเพื่อการพัฒนาการดำน้ำแบบกลั้นหายใจ (AIDA) ซึ่งจะน่าสนใจอย่างไร ไปดู
การแข่งขันดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ชิงแชมป์โลก (AIDA World Championships) ถือเป็นการแข่งขันดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ระดับนานาชาติสูงสุด ที่ได้รับการรับรองจาก สมาคมนานาชาติเพื่อการพัฒนาการดำน้ำแบบกลั้นหายใจ (Association Internationale pour le Développement de l’Apnée: AIDA)
ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลก ที่ทำหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ และบันทึกสถิติ สำหรับการแข่งขันดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ผ่านการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความสามารถในการเปรียบเทียบ การพยายามทำลายสถิติโลกอย่างเป็นทางการ ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรก ในปี 1992 ที่เมือง Nice ประเทศฝรั่งเศส
ประวัติการแข่งขัน (ปี 2018-2025)
ที่มา: AIDA International (13 ตุลาคม 2025) [3]
สำหรับบางคน การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ อาจเป็นสิ่งใหม่ และความน่าตื่นเต้น ที่จะลองทำในช่วงวันหยุด เพื่อพัฒนาทักษะการดำน้ำตื้น แต่สำหรับนักดำน้ำแล้ว มันอาจเป็นกีฬาที่ท้าทาย และผลักดันให้พวกเขา ดำลงไปในมหาสมุทรที่ลึกกว่า เพื่อทำลายสถิติ ซึ่งจะมีประโยชน์อะไรบ้างนั้น ไปดู
คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ deeperblue
สรุป ฟรีไดฟ์เทคนิค หนึ่งในรูปแบบของการดำน้ำ แบบไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าที่ใครจะคาดคิด ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเทคนิค ที่สามารถใช้ได้ในกิจกรรม และกีฬาอีกหลายประเภท ทั้งการตกปลา ไปจนถึงการดำน้ำตื้น ที่หลายคนใช้เป็นกิจกรรมยามว่าง
ปัจจุบัน การแข่งขันดำน้ำแบบกลั้นหายใจ หรือกีฬาฟรีไดฟ์ จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สมาคมนานาชาติเพื่อการพัฒนาการดำน้ำแบบกลั้นหายใจ (Association Internationale pour le Développement de l’Apnée: AIDA) ที่ทำหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ และบันทึกสถิติโลก
จากการบันทึกของสถิติโลก พบว่า ในปี 1988 “Angela Bandini” เป็นผู้ที่สามารถดำดิ่งลงไปลึกถึง 107 เมตร และได้สร้างสถิติโลกอันน่าทึ่ง ที่นับเป็นการทุบสถิติเก่าของ “Enzo Majorca” ในปี 1960 ที่สามารถดำดิ่งลงไปที่ความลึก 45 เมตร และต่อมาในปี 1962 ก็ได้ทำลายสถิติด้วยความลึก 50 เมตร

