รีวิวเกม นักสืบ ปิกาจู เกมแนวผจญภัย จากปี 2016

รีวิวเกม นักสืบ ปิกาจู

รีวิวเกม นักสืบ ปิกาจู เกมโปเกมอนที่ตั้งคำถามกับภาพจำเดิม ของซีรีส์เกมในแฟรนไชส์ Pokemon อย่างตรงไปตรงมา บทความนี้ จึงไม่ได้มุ่งรีวิวเกมในแง่ความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่พาผู้อ่านสำรวจว่า เกมโปเกมอนภาคนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดแบบใด และเหมาะกับผู้เล่นกลุ่มไหน

  • ความเป็นมา และรูปแบบการเล่าเรื่อง
  • ข้อสงสัยเกี่ยวกับเกม ที่มักถูกถามบ่อย ๆ

การพัฒนา เกมนักสืบปิกาจู ที่จัดจำหน่ายโดยนินเท็นโด

รีวิวเกม นักสืบ ปิกาจู

ก่อนจะตัดสินว่าเกมโปเกมอน ภาค DetectivePikachu ในแฟรนไชส์โปเกมอน เป็นเกมที่สนุกหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าเกมโปเกมอนภาคนี้ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยแนวคิดแบบใด และเลือกใช้รูปแบบการเล่น ในเกมโปเกมอน ภาคนักสืบปิกาจูภาคนี้ (20 ธันวาคม 2025) [1]

ที่แตกต่างจากเกมภาคหลัก อย่างใน รีวิวเกม Pokemon คริสตัล จากปี 2000 ก่อนหน้านี้ยังไง เพราะทั้งความเป็นมาของการพัฒนา และโครงสร้าง Gameplay คือกุญแจสำคัญที่อธิบายได้ว่าทำไมเกมนี้ จึงให้ประสบการณ์การเล่นใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนเกมโปเกมอนที่หลายคนคุ้นเคย

ความเป็นมาของเกม และรูปแบบการเล่นหลัก ๆ

Detective Pikachu เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 2016 บนเครื่องเล่นเกม Nintendo 3DS ในฐานะเกม Pokemon ที่แยกตัวออกจากเกมภาคหลัก ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ ไปจนถึงโครงสร้างการเล่น ตัวเกมไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันกับภาค RPG แบบดั้งเดิม (2025) [2]

แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นเกมภาค Spin Off ที่ทำหน้าที่ทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง ในจักรวาลโปเกมอน ซึ่งถือเป็นทิศทางที่แตกต่างจากสิ่งที่แฟนเกมคุ้นเคย มาตลอดหลายทศวรรษก่อนหน้านั้น หากมองในเชิงระบบต่าง ๆ รูปแบบการเล่นของเกมนี้ ตัดองค์ประกอบหลักของโปเกมอนออกไปเกือบทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ การเก็บเลเวล หรือการจัดทีมโปเกมอน แกนหลักของเกม จึงกลายเป็นการสำรวจพื้นที่ การสนทนากับตัวละคร และการรวบรวมเบาะแส เพื่อนำไปสู่ความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง การตัดสินใจเช่นนี้ สะท้อนความตั้งใจของผู้พัฒนาที่ต้องการจะลดภาระเชิงกลไก ของตัวเกมลง

สิ่งที่เกมโปเกมอนภาคนี้ ต้องการนำเสนอออกมา

หนึ่งในสารสำคัญที่สุดที่เกมนี้ ต้องการนำเสนอ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อโลกโปเกมอน จากสนามแข่งขัน ไปสู่พื้นที่อยู่อาศัยร่วมกัน ระหว่างมนุษย์กับโปเกมอน การออกแบบเมือง ตัวละคร และเหตุการณ์ต่าง ๆ ถูกจัดวางให้ Pokemon มีบทบาทเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือเป็นประชากรในเมือง (2025) [3]

มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องมือ ในการต่อสู้ แนวคิดนี้ เริ่มชัดเจนตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่สื่อโปเกมอน เริ่มขยายบทบาทเชิงเรื่องราวมากขึ้น ในหลายรูปแบบ การออกแบบ Pikachu ในเกมนี้ ยิ่งตอกย้ำแนวคิดดังกล่าว เพราะตัวละคร Pikachu ถูกทำให้พูดได้ มีบุคลิกประชดประชัน และมีท่าทีแบบผู้ใหญ่

ซึ่งเป็นการตั้งคำถามตรง ๆ ต่อภาพจำเดิมของโปเกมอนยอดนิยมที่สุดของซีรีส์ การเปลี่ยนบทบาทนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความแปลกใหม่ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทดสอบว่าผู้เล่น จะยอมรับโปเกมอนในฐานะตัวละครที่มีความคิดได้มากน้อยเพียงใด เป็นหลัก

ข้อสงสัยที่มักถูกถามบ่อย ๆ เมื่อพูดถึงเกมภาคนี้

รีวิวเกม นักสืบ ปิกาจู

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Detective Pikachu ถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบใด คำถามถัดไปจึงไม่ใช่เรื่องของระบบ หรือเนื้อเรื่องเพียงอย่างเดียว แต่คือคำถามว่าเกมโปเกมอนภาคนี้ ถูกสร้างมาเพื่อใคร และผู้เล่นแบบไหน จะสามารถเข้าถึงสิ่งที่เกมพยายามสื่อสารได้จริง

รวมถึงอีกประเด็นสำคัญที่หลายคนสงสัย คือหากไม่ได้ชื่นชอบเกมแนวสืบสวนเป็นทุนเดิม เกม Pokemon ภาคนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้สนุกได้มากน้อยเพียงใด

เกมนักสืบปิกาจูนี้ เหมาะกับแฟนโปเกมอนแบบไหน

หากมองจากทิศทางการออกแบบ เกมนี้เหมาะกับแฟนโปเกมอน ที่ให้ความสำคัญกับโลกและเรื่องราว มากกว่าระบบการแข่งขัน ตัวเกมถูกพัฒนาขึ้นในปี 2016 ซึ่งเป็นจังหวะที่ซีรีส์โปเกมอน เริ่มทดลองเล่าเรื่องในรูปแบบที่จริงจังขึ้น แฟนเกมที่สนใจรายละเอียดของเมือง และความสัมพันธ์ต่าง ๆ

ระหว่างมนุษย์กับโปเกมอน จะสามารถเข้าถึงเสน่ห์ของเกม ได้ค่อนข้างตรงจุด ในเชิงประสบการณ์ผู้เล่น เกมนี้ เหมาะกับกลุ่มที่ไม่ต้องการความกดดัน จากระบบซับซ้อน หรือการวางแผนกลยุทธ์ แบบเกมภาคหลัก การเล่นส่วนใหญ่ จึงเน้นการฟังบทสนทนา การสังเกตสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมโยงข้อมูล

ซึ่งตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชอบใช้เวลาอยู่กับเนื้อหา มากกว่าการไล่ตามเป้าหมายเชิงตัวเลข หรือประสิทธิภาพของทีม จากลักษณะการออกแบบดังกล่าว สามารถประเมินได้ว่าผู้เล่นที่เข้ากับเกมนี้ จะเป็นกลุ่มที่ให้คุณค่ากับการเล่าเรื่อง มากกว่าเกมเพลย์เชิงระบบ

ถ้าไม่ชอบเกมแนวสืบสวน จะเล่นเกมนี้ได้ หรือไม่

คำถามนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะแม้ DetectivePikachu จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เกมแนวสืบสวน แต่โครงสร้างของปริศนาในเกม ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย ตัวเกมไม่ได้เน้นการแก้ปริศนาซับซ้อน หรือการใช้ตรรกะหนัก แบบเกมนักสืบคลาสสิก

แต่เลือกใช้การเชื่อมโยงข้อมูลจากบทสนทนา และเหตุการณ์รอบตัวเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่เริ่มเห็นชัดในเกม ช่วงปี 2015 และในทางปฏิบัติ ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานเกม แนวสืบสวนมาก่อน เพราะตัวเกมมักให้คำใบ้ค่อนข้างตรง และจำกัดขอบเขตการตัดสินใจ เพื่อไม่ให้หลงทาง

รวมถึงจากลักษณะการเข้าเล่นเกม จะเห็นว่ากว่า 70% ของเวลาทั้งหมด ถูกใช้ไปกับการดำเนินเรื่องผ่านบทสนทนา และฉากคัตซีน ดังนั้น แม้จะไม่ใช่เกมสืบสวนที่ยาก แต่ก็เป็นเกมที่ต้องการความอดทน และความตั้งใจ ในการติดตามเรื่องราวเป็นหลัก

สรุป รีวิวเกม Pokemon นักสืบปิกาจู เกมแนวผจญภัย

เกมโปเกมอน ภาค DetectivePikachu ไม่ใช่เกมที่พยายามจะเป็นโปเกมอนภาคที่ดีที่สุด ในเชิงระบบ แต่เป็นเกมที่ชัดเจน ในสิ่งที่ต้องการนำเสนอมากที่สุดภาคหนึ่ง ด้วยการขยายความหมายของโลก Pokemon ผ่านการเล่าเรื่องราวต่าง ๆ และตัวละครภายในเกม เป็นหลัก

จุดเด่นของเกมนักสืบปิกาจู คืออะไร?

จุดเด่นที่ชัดที่สุดของเกมนี้ คือความกล้าที่จะนิยามโปเกมอนใหม่ ผ่านการเล่าเรื่องมากกว่าการต่อสู้ ตัวเกมใช้บทสนทนา ตัวละคร และบรรยากาศของเมืองเป็นแกนหลัก ทำให้ผู้เล่นได้เห็นโปเกมอน ในบทบาทของประชากรในโลกเดียวกับมนุษย์ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการใช้ต่อสู้

จุดด้อยของเกมนักสืบ Pikachu คืออะไร?

จุดด้อยของเกม ก็ผูกติดอยู่กับการตัดระบบต่อสู้ และความลึกเชิงกลยุทธ์ที่ถูกตัดออกไป ซึ่งทำให้เกมมีพื้นที่ให้ผู้เล่น มีส่วนร่วมกับระบบที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อผสานกับจังหวะการเล่นที่เน้นการฟัง และอ่านเป็นหลัก เกมจึงอาจไม่ตอบโจทย์แฟนเกมที่คุ้นเคย กับความหลากหลายของระบบ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง