
รีวิว ทัวร์นาเมนต์ DX ในแฟรนไชส์โปเกมอน จากปี 2017
- Good Day's
- 18 views

รีวิว ทัวร์นาเมนต์ DX เกมเวอร์ชันที่ทำให้เกมแข่งขันโปเกมอน ขยับออกจากพื้นที่เฉพาะกลุ่ม มาสู่การเป็นเกมคอนโซล ที่ผู้เล่นทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น บทความนี้ จะพาไปทำความเข้าใจว่า DX ภาคต่อของเกมใน รีวิว เกมแข่งขัน โปเกมอน เปลี่ยนทิศทางเกม Tournament ให้แตกต่างออกไปยังไง

ก่อนจะลงรายละเอียดเชิงระบบ และโหมดการเล่นของเกมซีรีส์ Pokken ในแฟรนไชส์โปเกมอน ภาคทัวร์นาเมนต์ DX การทำความเข้าใจว่าเกมภาคนี้ ตั้งใจจะพูดอะไรกับผู้เล่น ถือเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญ เพราะการปรับทิศทางของเกมภาคนี้ ไม่ได้เกิดจากการเพิ่มคอนเทนต์อย่างเดียว (30 ธันวาคม 2025) [1]
แต่เริ่มจากการกำหนดประสบการณ์การเล่นต่าง ๆ ที่อยากมอบให้ผู้เล่น เมื่อมองเห็นเจตนาการออกแบบนี้แล้ว รูปแบบการเล่นและโหมดต่าง ๆ ที่ตามมา จะไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเชิงเทคนิค แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสารแนวคิดของเกมภาคนี้ อย่างชัดเจน
Pokken Tournament DX ถูกออกแบบมา เพื่อปรับบทบาทของเกมแข่งขันโปเกมอน ให้เปิดกว้างมากขึ้น จากเดิมที่เน้นความจริงจัง และการวัดฝีมือแบบตรงไปตรงมา เกมภาคทัวร์นาเมนต์ดีเอ็กซ์นี้ พยายามลดกำแพงการเข้าถึง โดยไม่ทิ้งโครงสร้างการแข่งขันหลัก (2026) [2]
แนวคิดนี้เริ่มชัดเจน ตั้งแต่การเปิดตัวบน Nintendo Switch ในวันที่ 22 กันยายน ปี 2017 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้เล่นหลากหลาย กว่าเครื่องเล่นเกมรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด แกนสำคัญที่เกมพยายามนำเสนอ คือการทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าสามารถเริ่มต้นได้ โดยไม่ต้องมีพื้นฐานเกมไฟท์ติ้งมาก่อน
เกม Pokemon ภาคทัวร์นาเมนต์ดีเอ็กซ์นี้ เพิ่มพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ทดลอง และเล่นเพื่อความสนุก ควบคู่ไปกับการแข่งขันจริงจัง งานวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เล่นคอนโซล ในช่วงใกล้เคียงกันชี้ว่าผู้เล่น 55% ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของโหมดการเล่น มากกว่าความเข้มข้นของการแข่งขัน เพียงอย่างเดียว
รูปแบบการเล่นของ Pokken TournamentDX เกมเวอร์ชันปรับปรุงที่เปิดตัวในปี 2017 นี้ ยังคงยึดแกนเดียวกับเกมการแข่งขันโปเกมอน ภาคก่อนหน้า ที่เปิดตัวในปี 2015 คือการต่อสู้แบบตัวต่อตัวที่ผสมผสานมุมมอง 3D และ 2D ผ่านระบบ Phase Shift (2026) [3]
โดยผู้เล่นต้องใช้ทักษะการควบคุม จังหวะ และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ เป็นหลัก ระบบนี้ถูกเก็บรักษาไว้แทบทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงพัฒนาเดิม เพื่อคงเอกลักษณ์ของเกมแข่งขันโปเกมอนไว้อย่างชัดเจน สิ่งที่เกมภาค TournamentDX มีเพิ่มเข้ามาคือโหมด และระบบที่ช่วยลดแรงกดดัน จากการแข่งขัน
อย่างเช่น โหมดทีม ความท้าทายรายวัน และการปรับแต่ง ที่จะช่วยให้ผู้เล่นค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับกลไกของเกม โดยจากการประเมินประสบการณ์ผู้เล่น พบว่าการมีโหมดทางเลือกเหล่านี้ ช่วยให้ผู้เล่นใหม่ใช้เวลาปรับตัวน้อยลง 45% เมื่อเทียบกับรูปแบบการเล่น ที่มีแต่การแข่งขันแบบตัวต่อตัวล้วน ๆ

เมื่อเกมภาคนี้ ถูกวางบทบาทให้เป็นเกมแข่งขันที่เปิดกว้างมากขึ้น คำถามสำคัญ จึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในมุมของผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากรู้ว่าเกมนี้ เข้าถึงง่ายขึ้นจริงหรือไม่ และในมุมของแฟนเกมโปเกมอน ที่สงสัยว่าประสบการณ์การเล่นของเกมภาคนี้ แตกต่างจากภาคอื่นอย่างไร
การพิจารณาทั้ง 2 ประเด็นควบคู่กัน จะช่วยให้เห็นชัดว่าเกม Pokemon ภาคนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแค่ระบบ แต่กำลังปรับวิธีที่ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์กับโลกของโปเกมอน ในรูปแบบที่ต่างออกไป
หนึ่งในคำถามสำคัญของเกมโปเกมอนภาคนี้ คือเกมนี้ถูกออกแบบมา เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงของผู้เล่นใหม่จริง หรือไม่ เมื่อเทียบกับภาคก่อนหน้า ตัวเกมเลือกปรับโครงสร้างประสบการณ์ ตั้งแต่ระดับต้น ไม่ใช่การเปลี่ยนระบบการต่อสู้หลัก แต่เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้ผู้เล่นได้ลองผิดลองถูกมากขึ้น
แนวคิดนี้เริ่มชัดเจนตั้งแต่การเปิดตัวบน Nintendo Switch ในปี 2017 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมาก เกมภาคทัวร์นาเมนต์ดีเอ็กซ์นี้ มีการเพิ่มโหมดและกิจกรรมที่ไม่กดดันเรื่องแพ้ชนะ อย่างเช่น โหมดทีม และความท้าทายรายวันเข้าไป เพื่อให้ผู้เล่นได้เรียนรู้กลไกของเกม ผ่านการเล่นจริง
มากกว่าการถูกโยนเข้าสู่การแข่งขันแบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ต้น จากการประเมินประสบการณ์ผู้เล่น พบว่าผู้เล่นใหม่ สามารถทำความเข้าใจระบบพื้นฐานได้เร็วขึ้น 50% เมื่อเทียบกับรูปแบบการเล่น ที่มีแต่โหมดการแข่งขันล้วน ๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับเกมโปเกมอน ภาคหลัก หรือเกมภาคสปินออฟอื่น ๆ เกมโปเกมอน ซีรีส์ Pokken ภาค TournamentDX นี้ มอบประสบการณ์ที่เน้นช่วงเวลาของการตัดสินใจ มากกว่าการสะสม หรือการเดินทางระยะยาว ตัวเกมตัดโครงสร้างการผจญภัยออกไปเกือบทั้งหมด
และแทนที่ด้วยการแข่งขันแบบแมตช์ต่อแมตช์ ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือวิธีที่เกมให้คุณค่ากับฝีมือผู้เล่น เกมโปเกมอนส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นค่อย ๆ สร้างความได้เปรียบผ่านการฝึก เลเวล หรือการเตรียมทีมล่วงหน้า
แต่เกมโปเกมอน ภาคทัวร์นาเมนต์ดีเอ็กซ์นี้ วัดผลจากสิ่งที่ผู้เล่นทำในสนามขณะนั้นเป็นหลัก งานวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เล่นเกมแข่งขัน ระบุว่าผู้เล่น 60% รู้สึกว่าเกมประเภทนี้ สะท้อนความสามารถจริงได้ตรงไปตรงมา มากกว่าเกมที่เน้นการเตรียมตัวระยะยาว
เกมโปเกมอน Pokken TournamentDX เป็นการขยายขอบเขตของเกมแข่งขันโปเกมอน โดยไม่ละทิ้งแกนหลักด้านการวัดฝีมือ จุดเด่นของเกมภาคนี้ อยู่ที่การจัดวางเส้นทางการเล่นที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเรียนรู้ ทดลอง และค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่การแข่งขันตามจังหวะของตัวเอง
กระแสตอบรับเกมนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับที่มีเพิ่มมากขึ้น จากผู้เล่นวงกว้าง เมื่อเทียบกับเกมภาคก่อนหน้า แฟนเกมเดิมชื่นชมที่โครงสร้างการแข่งขันหลักยังมีอยู่ครบ ขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่ และผู้เล่นคอนโซล มองว่าเกมภาคนี้ เปิดพื้นที่ให้ลองเล่นกับเรียนรู้ โดยไม่ต้องแบกรับแรงกดดันจนเกินไป
จุดเด่นของทัวร์นาเมนต์ดีเอ็กซ์นี้ อยู่ที่ความสามารถในการรักษาสมดุล ระหว่างการแข่งขัน และการเข้าถึง ตัวเกมไม่ลดทอนแกนการวัดฝีมือ แต่เพิ่มโหมด และโครงสร้างการเล่น ที่ช่วยให้ผู้เล่นเลือกจังหวะของตัวเองได้ ตั้งแต่การลองระบบแบบไม่จริงจัง ไปจนถึงการลงแข่งขันเต็มรูปแบบ

