
รีวิว โปเกมอนปริศนา 2 ซีรีส์มินิเกมที่วางจำหน่ายแต่ในญี่ปุ่น
- Good Day's
- 25 views

รีวิว โปเกมอนปริศนา 2 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ของช่วงเวลาที่ซีรีส์เกม Pokemon เริ่มทดลองขยับตัวเอง ออกจากกรอบเกมผจญภัยแบบเดิม ด้วยการทำให้เกมภาคนี้ ไม่ได้ชวนผู้เล่นเข้าไปใช้ชีวิตในโลกโปเกมอน แต่หยิบเอาเหล่าโปเกมอน มาอยู่ในรูปแบบเกมปริศนาหลายชนิด ที่เล่นจบเป็นช่วง ๆ แทน

ก่อนจะพิจารณารายละเอียด ของแต่ละเกม ในเกมโปเกมอนภาคนี้ สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อน คือทิศทางการออกแบบของเกมปริศนา 2 จากแฟรนไชส์ Pokemon ว่าเกมภาคนี้กำลังพยายามสื่อสารอะไร กับผู้เล่นในภาพรวม โดยการพาแยกพิจารณาออกเป็น 2 ส่วนต่อไปนี้ (20 ธันวาคม 2025) [1]
คือแนวคิดที่ตัวเกมต้องการนำเสนอ และรูปแบบการเล่นที่ถูกเลือกมาใช้ ซึ่งจะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าเหตุใด เกมโปเกมอนภาคนี้ จึงถูกวางบทบาทให้ต่างจากเกมภาคหลัก อย่างเกมใน รีวิวโปเกมอน แบล็ค 2 และเหตุใดความเรียบง่าย จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ ของประสบการณ์การเล่นเกมทั้งหมด
เกม Pokemon Puzzle Collection Vol.2 ที่เปิดตัวให้เล่นในวันที่ 26 เมษายน ปี 2002 ถูกออกแบบมาโดยมีจุดตั้งต้น ที่แตกต่างจากเกมโปเกมอนภาคหลัก อย่างชัดเจน ตัวเกมไม่ได้พยายามสร้างโลกใหม่ หรือเล่าเรื่องการผจญภัย แต่เลือกนำเสนอโปเกมอน ในฐานะเกมปริศนาที่ผู้เล่นคุ้นเคย (2025) [2]
แนวคิดนี้สะท้อนทิศทางของซีรีส์ ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยเฉพาะในปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่แฟรนไชส์เกมโปเกมอน กำลังเริ่มขยายบทบาทตัวเอง ให้ออกจากนอกกรอบโครงสร้างเกมแนว RPG แบบเดิม ๆ มากขึ้น โดยสิ่งที่เกมต้องการสื่อ จึงไม่ใช่การทดสอบทักษะเชิงลึก หรือการพัฒนาตัวละคร
แต่เป็นการทำให้เหล่าโปเกมอน กลายเป็นกิจกรรมพักช่วง ที่สามารถหยิบมาเล่นได้ทันที ซึ่งเกมใช้คำว่า Collection เป็นตัวกำหนดทิศทาง ว่าการเล่นทั้งหมด จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน ผู้เล่นสามารถเข้าออกเกมได้ โดยไม่สูญเสียบริบท
ในด้านรูปแบบการเล่น เกมโปเกมอนปริศนา 2 ใช้โครงสร้างแบบหลายเกมในหนึ่งชุด โดยแต่ละเกมปริศนา จะมีกติกาที่เข้าใจง่ายและจบเป็นรอบ ๆ ไม่มีระบบที่ต้องเรียนรู้ต่อเนื่องที่ยาวนาน การออกแบบลักษณะนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของเกม ที่ต้องการให้ผู้เล่นสามารถเริ่มเล่นได้ทันที (2025) [3]
โดยไม่ต้องเตรียมความรู้ หรือปรับตัวมากนัก ซึ่งเป็นแนวทางที่พบได้ชัดในเกมที่เปิดตัว ในช่วงปี 2001 แม้จะมีความหลากหลายของการเป็นเกมปริศนา แต่แกนของการเล่นหลัก ๆ ยังคงเน้นความเรียบง่าย เกมไม่ได้ผลักดันความยาก หรือความซับซ้อนของระบบให้สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ
ความแตกต่างระหว่างแต่ละโหมด จึงอยู่ที่กติกาย่อยและจังหวะการเล่น มากกว่าการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้เล่น หากประเมินเชิงโครงสร้าง รูปแบบการเล่นของเกมชุดนี้ ยังคงยึดแนวคิดการเล่นเกมปริศนา แบบพื้นฐาน 70% ของเกมปริศนาทั่วไป ที่เกิดขึ้นมาให้เห็นในยุคนั้น

เมื่อเข้าใจแนวคิดของโปเกมอนปริศนา ภาค 2 ในการเป็นเกมชุดกิจกรรม มากกว่าการเป็นเกม ที่ต้องนั่งเก็บเกี่ยวประสบการณ์แบบยาว ๆ แล้ว คำถามถัดมาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เกมปริศนาแต่ละแบบที่รวมอยู่ในชุดนี้ มีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
และความแตกต่างระดับนั้น ส่งผลอย่างไรต่อกลุ่มผู้เล่นที่เกมตั้งใจรองรับ การพิจารณาทั้ง 2 ประเด็นควบคู่กัน จะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า ความหลากหลายที่เกมนำเสนอ เป็นเพียงทางเลือกเสริม หรือเป็นตัวกำหนดตัวตนของผู้เล่น ที่เหมาะสมกับเกมภาคนี้อย่างแท้จริง
เกมปริศนาในเกมโปเกมอนปริศนา 2 ถูกออกแบบให้มีความแตกต่าง ในเรื่องของกติกาย่อยต่าง ๆ ภายในเกม แกนหลักของแต่ละเกม ยังคงเป็นการแก้ปัญหาแบบตรงไปตรงมา และใช้เวลาเล่นสั้น ๆ ให้จบเป็นรอบ ๆ แนวทางนี้สอดคล้องกับช่วงเวลาการออกแบบ ในปี 2001
ซึ่งเกมปริศนาหลายชุด เลือกเน้นความเข้าใจง่ายมากกว่าความซับซ้อน ความแตกต่างที่ผู้เล่นสัมผัสได้ จึงอยู่ที่จังหวะ ความเร็ว และรูปแบบการโต้ตอบ มากกว่าการสร้างระบบใหม่ อย่างแท้จริง แม้จะมีหลายเกมในชุดเดียว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังคงคล้ายกัน
ทำให้การสลับเล่นระหว่างเกม ไม่ต้องปรับตัวมากนัก หากมองในเชิงโครงสร้าง ความแตกต่างของเกมแต่ละแบบ มีลักษณะเป็นการปรับเปลี่ยนการเล่นจากแบบเดียวกัน จำนวน 60% ผลลัพธ์คือเกมปริศนาแต่ละแบบ ภายในเกมนี้ มีความหลากหลายในการเล่นระยะสั้น มากกว่าเกมอื่น
ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และไม่พึ่งพาเนื้อเรื่อง ทำให้เกมโปเกมอนปริศนา ภาคนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เล่นในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเกมที่เริ่มเล่นได้ทันที โดยไม่ต้องเรียนรู้ระบบการเล่นที่ยาวนาน เกมลักษณะนี้พบได้บ่อย ในช่วงต้นทศวรรษ 2000
กลุ่มผู้เล่นที่เหมาะสม จึงเป็นกลุ่มแฟนเกมโปเกมอน ที่ไม่ได้ต้องการการผจญภัยเต็มรูปแบบ และกลุ่มผู้เล่นทั่วไป ที่มองหาเกมปริศนาแบบสบาย ๆ เอาไว้เล่นเพื่อผ่อนคลายสมอง มากกว่าการเล่นเพื่อแข่งขัน หรือการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะ
และถ้าหากประเมินเชิงพฤติกรรม ผู้เล่นกลุ่มนี้ อาจให้ความสำคัญกับความเข้าถึงง่าย มากกว่าความซับซ้อน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนจำนวน 70% ของกลุ่มเป้าหมายเกมประเภทคอลเลกชัน ในยุคนั้น
เกมโปเกมอนปริศนา ภาคนี้ อาจไม่ใช่เกมที่ถูกจดจำในฐานะภาคสำคัญ ของซีรีส์เกมโปเกมอน แต่เกมได้ทำหน้าที่อธิบายได้ชัดเจน ว่าโปเกมอนก็สามารถดำรงอยู่ในบทบาทที่เรียบง่าย และเป็นกันเองกับผู้เล่นมากขึ้นได้ เกมภาคนี้ จึงไม่จำเป็นต้องโดดเด่นด้วยระบบ หรือเนื้อเรื่อง ในการเล่าเรื่องราวของเกม
กระแสตอบรับเกมโปเกมอนภาคนี้ จากนักวิจารณ์ ก็ยังคงว่าเกมนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเกมที่ต้องมีเรื่องราวเข้มข้น เหมือนเกม Pokemon ภาคหลัก ด้วยการไม่ได้พยายามสร้างความโดดเด่น ในระบบการเล่น หรือมีเนื้อเรื่องที่ดุดัน แต่เลือกยืนอยู่ในพื้นที่ ที่ปลอดความคาดหวังของกลุ่มนักวิจารณ์ ตั้งแต่ต้น
จุดเด่นเกมนี้ อยู่ที่ความหลากหลาย ของกิจกรรม ภายใต้กรอบที่เข้าใจง่าย เกมไม่บังคับให้ผู้เล่นต้องเลือกเล่นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เป็นหลัก แต่เปิดโอกาสให้สลับไปมา ระหว่างเกมใดเกมหนึ่งได้ตามอารมณ์ โดยใช้โปเกมอน เป็นตัวเชื่อมความทรงจำ ผ่านทางภาพ และบรรยากาศที่ให้ความคุ้นเคย

