รีวิว โปเกมอน เมซาสตาร์ เกมตู้อาร์เคด ที่เปิดตัวในปี 2020

รีวิว โปเกมอน เมซาสตาร์

รีวิว โปเกมอน เมซาสตาร์ เกมอาร์เคด ที่เป็นเกมโปเกมอนคนละแบบ กับเกมคอนโซล และเกมมือถืออย่างชัดเจน เหมือนกับเกมใน รีวิวโปเกมอน กา โอเล่ ก่อนหน้า เพราะถูกออกแบบมาในฐานะเกมอาร์เคด ที่เน้นประสบการณ์การเล่นสั้น ๆ แต่จับต้องได้จริง ผ่านการผสมระหว่างการเล่น และการสะสม

  • ความเป็นมาเกม และเรื่องราวที่เกมเล่า
  • สิ่งที่ผู้เล่นมือใหม่ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเกม

ความเป็นมาเกมภาคเมซาสตาร์ และเรื่องราวที่เกมจะเล่า

รีวิว โปเกมอน เมซาสตาร์

ก่อนจะพิจารณาว่า Pokemon เกมตู้อาร์เคด ภาคที่มีชื่อเรียกว่า Mezastar ในแฟรนไชส์โปเกมอน เป็นเกมแบบไหน และให้ประสบการณ์กับผู้เล่นอย่างไร สิ่งสำคัญ คือการมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเกมนี้ และพร้อมทำความเข้าใจว่าแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบเกมนี้ (30 ธันวาคม 2025) [1]

ต้องการตอบโจทย์ใคร และตอบโจทย์อะไร การทำความเข้าใจทั้งที่มา และเจตนาของตัวเกม จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเกมภาคเมซาสตาร์ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อเป็นเกมโปเกมอน อีกภาคหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของการปรับทิศทางเกมตู้อาร์เคด ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้เล่น ในยุคปัจจุบัน อย่างเป็นระบบ

ความเป็นมาของเกม Pokemon ภาค Mezastar

เกม Pokemon Mezastar กำเนิดขึ้นวันที่ 17 กันยายน ปี 2020 ในช่วงเวลาที่ตลาดเกมอาร์เคดญี่ปุ่น เริ่มปรับตัวจากความซบเซา โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในปี 2020 นั้น ถือว่าเป็นการเปิดตัวในฐานะเกมโปเกมอนสายอาร์เคดรุ่นใหม่ ถัดจากเกมภาค Ga Ole จากปี 2016 (17 ธันวาคม 2025) [2]

การมาถึงของเกมภาค Mezastar ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเกม แต่เป็นการปรับแนวคิด ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้เล่นยุคใหม่ ที่ต้องการเล่นเกมแบบสั้น และจับต้องได้มากขึ้น ในหนึ่งรอบการเล่น โดยแนวทางนี้สะท้อนความพยายามของผู้พัฒนา

ในการรักษาฐานผู้เล่นดั้งเดิมไว้ 60% จากเกมรุ่นก่อนหน้า พร้อมเปิดรับผู้เล่นหน้าใหม่ไปพร้อมกัน เมื่อมองในเชิงโครงสร้าง ความเป็นมาของเกมภาคนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของภาคใหม่ แต่เป็นผลลัพธ์ของการปรับสมดุลระหว่างความคุ้นเคย และความเปลี่ยนแปลง เป็นหลัก

เรื่องราวที่เกมโปเกมอนภาคนี้ ต้องการเล่าออกมา

แนวคิดหลักที่ Pokemon Mezastar นำเสนอคือการทำให้การจับโปเกมอน กลับมาเป็นประสบการณ์ทางกายภาพอีกครั้ง ผ่านระบบ Tag ที่ผู้เล่นสามารถถือ จับ และสะสมได้จริง ตัวเกมลดบทบาทของหน้าจอในฐานะศูนย์กลาง และย้ายความรู้สึกเป็นเจ้าของไปไว้ที่วัตถุแทน (3 พฤศจิกายน 2024) [3]

แนวทางนี้สะท้อนการออกแบบเกมที่ตั้งใจพาผู้เล่น ย้อนกลับไปสู่ความรู้สึกของการเล่นเกมในพื้นที่จริง มากกว่าการเล่นแบบต่อเนื่องยาวนาน ในเชิงระบบเกมภาคเมซาสตาร์ เลือกใช้กลไกการต่อสู้ที่เข้าใจง่าย แต่ยังคงมีชั้นเชิงจากการตัดสินใจ ระบบเป่ายิ้งฉุบ และจังหวะการเลือกแท็กในเกม

ถูกออกแบบให้ผู้เล่นทุกวัยเข้าถึงได้ ภายในไม่กี่นาที โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือทำให้ผู้เล่นเข้าใจกติกาหลักภายในรอบเดียว และจากข้อมูลพฤติกรรมเกมลักษณะเดียวกัน พบว่าผู้เล่น 70% ตัดสินใจเล่นซ้ำ จากความเข้าใจระบบที่รวดเร็ว มากกว่าความลึกของเกม

สิ่งที่ผู้เล่นมือใหม่สงสัย เมื่อพบเห็นเกมโปเกมอนภาคนี้

รีวิว โปเกมอน เมซาสตาร์

เมื่อเริ่มเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน ของเกม Pokemon ภาคเมซาสตาร์แล้ว คำถามถัดไปที่ผู้เล่นจำนวนมากมักตั้งขึ้นมา คือเกมนี้เปิดพื้นที่ให้การตัดสินใจของผู้เล่นมากน้อยเพียงใด ระหว่างความบังเอิญจากการสุ่ม กับทักษะที่เกิดจากการเรียนรู้

ระบบการเล่น และระบบ Tag จึงกลายเป็นสองแกนสำคัญที่ช่วยอธิบายว่าเกมภาคนี้ ถูกออกแบบให้ผู้เล่นรู้สึกคุมเกมได้แค่ไหน และบทบาทของผู้เล่นอยู่ตรงจุดใด ของประสบการณ์การเล่นทั้งหมด

เกมโปเกมอนภาคนี้ ต้องใช้ดวงหรือฝีมือมากกว่ากัน

คำถามเรื่องดวงหรือฝีมือ เป็นสิ่งที่ผู้เล่นจำนวนมากตั้งขึ้นทันที เมื่อได้สัมผัสเกมโปเกมอนภาคนี้ เนื่องจากเกมมีองค์ประกอบการสุ่ม จากการใช้ Tag หลังการเล่นจบ ซึ่งในมุมแรก อาจทำให้เกมถูกมองว่าอาศัยโชคเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโครงสร้างการเล่นอย่างละเอียด

จะพบว่าดวงทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกระตุ้นความตื่นเต้น มากกว่าการตัดสินผลแพ้ชนะทั้งหมด ในระบบการต่อสู้ของเกมนี้ พึ่งพาการตัดสินใจระหว่างการอ่านสถานการณ์ และการตอบสนองของผู้เล่น ระบบเป่ายิ้งฉุบที่ดูเรียบง่ายถูกวางไว้เป็นแกนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่เข้าใจจังหวะสามารถเอาชนะได้

แม้จะไม่ได้ใช้ Tag ระดับสูง เมื่อมองจากพฤติกรรมการเล่นจริง ดวงและฝีมือ จึงไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ซึ่งจากแนวโน้มเกมแบบเดียวกัน พบว่าผู้เล่น 65% ให้ความสำคัญกับความรู้สึกเล่นแล้วคุมเกมได้ มากกว่าการลุ้นผลจากการสุ่ม เพียงอย่างเดียว

ระบบ Tag มีผลต่อการเล่นเกมมากแค่ไหน

ระบบแท็ก คือแกนกลางที่กำหนดประสบการณ์การเล่น ของเกมโปเกมอน ภาคเมซาสตาร์ ทั้งในแง่การเล่น และการสะสมแท็ก ไม่ได้เป็นเพียงสื่อแทนตัวโปเกมอน แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแปรหลัก ที่เชื่อมระหว่างการตัดสินใจของผู้เล่น กับผลลัพธ์ในเกม

การมีแท็กที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้เล่นต้องคิดล่วงหน้าว่าจะเลือกใช้ตัวใด ในสถานการณ์ใด ไม่ใช่เพียงหยิบมาเล่นแบบสุ่ม อย่างไรก็ตาม ตัวเกมไม่ได้ออกแบบให้ Tag เป็นตัวตัดสินทุกอย่างเพียงฝ่ายเดียว แม้แท็กที่มีความหายากสูง จะมาพร้อมค่าพลัง หรือเอฟเฟกต์พิเศษ

แต่ระบบยังเปิดช่องให้ผู้เล่นที่เลือกจังหวะได้เหมาะสม สามารถพลิกสถานการณ์ได้ จากพฤติกรรมการเล่นของเกมแนวสะสม พบว่าผู้เล่น 70% ยังคงสนุกกับเกม แม้จะใช้แท็กระดับพื้นฐาน หากระบบเปิดโอกาสให้การตัดสินใจมีผลต่อผลลัพธ์ อย่างแท้จริง

สรุป รีวิวเกมโปเกมอน เมซาสตาร์ จากปี 2020

Pokemon ภาคเมซาสตาร์ ไม่ได้พยายามเป็นเกมที่ลึก หรือแข่งขันสูงที่สุด แต่เลือกชัดเจนที่จะเป็นเกมที่เข้าใจง่าย เล่นจบเป็นรอบ และยังอยากกลับมาอีก จุดแข็งของเกมอยู่ที่การออกแบบที่รู้ขอบเขตของตัวเอง ด้วยการใช้ระบบ Tag เป็นแกนกลาง สร้างสมดุลระหว่างดวง กับการตัดสินใจ

กระแสตอบรับของเกม Pokemon ภาคนี้ เป็นยังไงบ้าง?

กระแสตอบรับของเกมนี้ สะท้อนในทิศทางเดียวกันคือ เกมนี้เข้าใจง่าย และเข้าถึงเร็ว ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงสะท้อนว่าความซ้ำของรูปแบบการเล่น อาจเกิดขึ้นได้หากเล่นต่อเนื่องยาวนาน กระแสเหล่านี้ จึงไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่สะท้อนภาพเดียวกัน ว่าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้สนุกแบบเป็นช่วง มากกว่าการเล่นยาว

จุดเด่นของเกมโปเกมอน Mezastar คืออะไร?

จุดเด่นของเกมภาคนี้ อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการเล่น กับการสะสมอย่างเป็นระบบ โดยใช้ Tag เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ ทั้งในแง่การตัดสินใจ การสร้างแรงจูงใจ และความรู้สึกเป็นเจ้าของ เกมไม่ได้พยายามแข่งขันด้านความซับซ้อน แต่เลือกสร้างคุณค่าให้กับช่วงเวลาสั้น ๆ หน้าเครื่องเกมอาร์เคด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง