
ไขข้อสงสัย เปิดเว็บพนันในไทย ผิดกฎหมายข้อไหน ?
- Pink Panther
- 94 views

เปิดเว็บพนันในไทย ผิดกฎหมายข้อไหน ? ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมาย และข้อบังคับ เกี่ยวกับการพนันหลายประการ ที่ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่ง จะเคยมีบ่อนการพนันถูกกฎหมายมาแล้ว แต่ด้วยมาตรการที่ไม่ครอบคลุม จึงทำให้การพนันทุกรูปแบบ เว้นแต่สลากกินแบ่งรัฐบาล ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
เปิดเว็บพนันในไทย ผิดกฎหมายข้อไหน ? หากจะกล่าวถึงธุรกิจออนไลน์ ที่ทำกำไรได้จำนวนมหาศาล และรวดเร็ว ในปัจจุบันนี้ อาจเป็นธุรกิจการพนันออนไลน์ ที่ถึงแม้ว่า จะเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แต่หลายคนก็ยังคงเลือกที่จะเสี่ยง ซึ่งจะมีการดำเนินงานอย่างไร และผิดกฎหมายข้อไหน ตามไปดูกัน
เจ้ามือรับพนัน หรือกลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นพนัน ที่ไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ในด้านของการเป็นเจ้าของเว็บ ผู้บริหารจัดการเว็บ ผู้ดูแลระบบ แอดมิน เจ้าของบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่ ผู้ทำการตลาด หรือโปรโมทเว็บ ล้วนมีความผิด ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 โดยจะมีการกำหนดโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2,000 บาท
นอกจากนี้ การเปิดเว็บพนันออนไลน์ หรือจัดให้มีการเล่นพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังถือเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ มีความผิดเสี่ยงคุก เสี่ยงยึดทรัพย์ (1 พฤษภาคม 2023) [1]
ปัจจุบัน แม้ว่าการเปิดเว็บพนัน จะเป็นคดีที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ด้วยลักษณะที่ค่อนข้างไม่เปิดเผยตัวตน จึงทำให้ทางตำรวจไซเบอร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบได้ยาก รวมไปถึง ระบบออนไลน์ ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก จึงทำให้ธุรกิจประเภทนี้ มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้จะเป็นในประเทศ ที่การพนันออนไลน์ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ผู้คนก็ยังสามารถเข้าไปเล่นการพนัน ที่มาจากประเทศอื่น ๆ ได้ ด้วยการรับสัญญาณ ผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ที่นับเป็นการใช้จ่ายเงินข้ามประเทศที่ง่าย ทำให้การดำเนินการรูปแบบนี้ ยิ่งกระตุ้นให้ธุรกิจพนันออนไลน์ เติบโตเพิ่มขึ้น
ที่มา: พนันออนไลน์กับอนาคตของประเทศ : ความคุ้มค่าหรือผลกระทบ (24 มกราคม 2025) [2]

สำหรับ อนาคตของบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย ในไทยนั้น ยังถือเป็นนโยบายที่ไม่แน่ไม่นอน หลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงทำให้นโยบายเกี่ยวกับคาสิโนถูกกฎหมายนี้ ต้องหยุดชะงักไปก่อน อย่างไรก็ตาม หากการพนันถูกกฎหมายขึ้นมาจริง ๆ มันอาจส่งผลต่อภาพรวม ดังนี้
จากการศึกษาพิจารณาเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อแก้ไขปัญหาการพนันที่ผิดกฎหมาย และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจากการพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) พบว่า การเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย จะสามารถจำแนก “ผลกระทบ” ทั้งเชิงบวก และเชิงลบ ได้ออกเป็นดังนี้
ผลกระทบในเชิงบวก/ข้อดี
ผลกระทบในเชิงลบ/ข้อเสีย
ที่มา: ข้อดี-ข้อเสีย กาสิโนถูกกฎหมายในไทย จากผลศึกษากมธ. (19 มีนาคม 2024) [3]
จากการศึกษาสถานการณ์ การพนันในสังคมไทย โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ ในปี 2023 พบว่า คนไทยประมาณ 99.3% มีบุคคลรอบข้างเล่นการพนัน ซึ่งส่งผลให้ประมาณ 21% ของกลุ่มเด็ก และ 26% ของกลุ่มเยาวชน เกิดความรู้สึกอยากเล่นตาม ในระดับมากถึงมากที่สุด
ทำให้ปัจจุบัน มีคนไทยมากกว่า 63.1% หรือคิดเป็น 34.51 ล้านคน เคยเล่นการพนันออนไลน์ โดยมีเด็กอายุตั้งแต่ 15 ปี ไปจนถึง ผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่า 4 แสนคน เมื่อเทียบกับจำนวนคนเล่นพนัน ในปี 2021 ที่สามารถจำแนกตัวเลข ของแต่ละกลุ่มได้ออกเป็น ดังนี้
นอกจากนี้ การพนันยังสร้างผลกระทบให้กับคนไทย มากกว่า 7.45 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ ระบุว่าตนเองได้รับผลกระทบจากการพนัน ที่ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตที่ไม่เพียงพอ มีปัญหาความเครียด เสียอาชีพการงาน เสียสุขภาพจิต ทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม และเสียอนาคต
คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ hfocus
สรุป เปิดเว็บพนันในไทยผิดกฎหมายข้อไหน จากข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้น การเปิดเว็บพนันออนไลน์ ที่ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ในการแสวงหารายได้ หรือเพื่อความบันเทิงก็ตาม ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายของประเทศ ที่สามารถเชื่อมโยงไปถึง ความผิดฐานฟอกเงินได้เช่นกัน
สืบเนื่องมาจาก ประเทศไทยในอดีต เคยมีการเปิดบ่อนคาสิโน ที่ถูกกฎหมายมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ของรัฐบาลในยุคนั้น แต่แล้วไม่นาน บ่อนการพนันถูกกฎหมาย ก็ต้องถูกปิดตัวลง เพื่อบรรเทาปัญหาอาชญากรรม และการล้มละลาย
หากเป็นกรณีของผู้เล่น จะมีความผิดตามพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 ที่จะขึ้นอยู่กับประเภทของการพนัน ซึ่งถ้าหากเป็นการพนันตามบัญชี ก. และข. ผู้เล่นจะถูกจำคุก ไม่ต่ำกว่า 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท หากเป็นชนิดอื่น ๆ จะถูกจำคุกไม่ต่ำกว่า 2 ปี และปรับไม่เกิน 2,000 บาท

