รีวิว โปเกมอน พิครอส เกมวิดีโอปริศนา ที่มีตัวละคร Pokemon

รีวิว โปเกมอน พิครอส

รีวิว โปเกมอน พิครอส จากปี 2015 เป็นหนึ่งในเกมโปเกมอนที่แยกตัวออกจากภาพจำ ของซีรีส์เกมโปเกมอนอย่างชัดเจน ทั้งในแง่แนวคิด และรูปแบบการเล่นต่าง ๆ ตัวเกมภาคนี้ไม่ได้พาผู้เล่นเข้าสู่การผจญภัย หรือการแข่งขัน แต่เลือกนำเสนอเกมปริศนา ที่เน้นจังหวะการควบคุมเกม เป็นหลัก

  • พื้นฐานความเป็นมาเกม และการเล่นหลัก ๆ
  • สิ่งที่เกมนำเสนอ และสิ่งที่ผู้เล่นต้องการรู้

ที่มาของเกม โปเกมอน พิครอส และการเล่นเกมนี้หลัก ๆ

รีวิว โปเกมอน พิครอส

เกมโปเกมอน ภาคที่มีชื่อเรียกว่า Picross จากแฟรนไชส์โปเกมอน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเล่าเรื่องการผจญภัย หรือการแข่งขันแบบเกมโปเกมอน ภาคหลัก อย่างใน รีวิว Pokemon แพลตตินัม ที่เปิดตัวให้เล่นไปตั้งแต่ปี 2008 แต่เกมภาคพิครอสนี้ ถูกออกแบบให้เป็นเกมปริศนา (20 ธันวาคม 2025) [1]

ที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้าง ความเรียบง่าย และจังหวะการเล่นที่ควบคุมได้ การมองตัวเกมผ่านทั้งที่มา และรูปแบบการเล่นควบคู่กัน จะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าเหตุใด แนวคิดเบื้องหลัง และระบบของเกมนี้ จึงถูกวางตำแหน่งไว้อย่างเฉพาะเจาะจง และแตกต่างจากโปเกมอนภาคอื่น ๆ อย่างชัดเจน

ความเป็นมาของเกมโปเกมอน พิครอส

เกมโปเกมอน Picross ที่เปิดตัวในวันที่ 2 ธันวาคม ปี 2015 บนเครื่อง Nintendo 3DS เป็นเกมที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่นินเท็นโด เริ่มทดลองรูปแบบการนำเสนอเกม ให้ออกนอกกรอบของเกมซีรีส์หลักมากขึ้น ตัวเกมภาคนี้ เลือกหยิบแนว Picross หรือ Nonogram เข้ามาในเกม (15 เมษายน 2025) [2]

ซึ่งทำให้เกมนี้ กลายเป็นเกมปริศนาที่อาศัยการใช้ตัวเลข และเหตุผล การตัดสินใจนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเกมภาคนี้ ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้แข่งขัน กับเกมโปเกมอน RPG ภาคหลัก แต่ถูกออกแบบให้เป็นเกมเสริม ที่เข้าถึงง่าย และเล่นได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แม้ผู้เล่นจะสามารถเล่นเนื้อหาทั้งหมดได้

แต่ระบบพลังงานก็ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมจังหวะการเล่น จากข้อมูลพฤติกรรมผู้เล่นในช่วงเปิดตัว พบว่าผู้เล่นมากกว่า 70% เลือกเล่นแบบไม่เติมเงินและยอมรอพลังงานฟื้นตามเวลา ซึ่งสะท้อนว่าเกมนี้ ถูกมองเป็นกิจกรรมฆ่าเวลา มากกว่าเกมที่ต้องเล่นต่อเนื่อง

รูปแบบการเล่นหลัก ๆ ของ Pokemon Picross

แกนการเล่นหลัก ๆ ของเกมโปเกมอนภาคนี้ คือการแก้ปริศนา Picross โดยใช้ตัวเลขที่กำกับในแต่ละแถว และคอลัมน์ เพื่อระบายช่องให้กลายเป็นภาพโปเกมอน ตัวเกมจะเริ่มจากตารางขนาดเล็ก และจะค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้น (2025) [3]

ทำให้ผู้เล่นต้องพึ่งการวิเคราะห์ มากกว่าการเดา ระบบนี้ทำให้ประสบการณ์การเล่นเน้นความนิ่ง และเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งแตกต่างจากเกมโปเกมอนส่วนใหญ่ ที่มักเน้นการตอบสนอง หรือการวางแผนเชิงรุก เมื่อเล่นไปถึงด่านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ความท้าทายจะไม่ได้อยู่ที่ความยากของปริศนา เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการจัดการพลังงาน Picrite ที่จำกัดจำนวนครั้ง ในการลองผิดลองถูก รูปแบบนี้ ทำให้ผู้เล่นต้องเล่นอย่างระมัดระวังมากขึ้น

สิ่งที่เกมภาคนี้ต้องการนำเสนอ และสิ่งที่ผู้เล่นต้องการรู้

รีวิว โปเกมอน พิครอส

เมื่อพิจารณาจากทั้งโครงสร้างเกม และรูปแบบการเล่นแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่จะช่วยให้เห็นตัวตน ของเกมโปเกมอนภาคพิครอสชัดเจนขึ้น คือการมองว่าเกมนี้ ต้องการสื่อสารอะไรกับผู้เล่น และในขณะเดียวกัน ผู้เล่นเองก็คาดหวัง หรือสงสัยอะไรจากเกมลักษณะนี้บ้าง

การวางสองมุมมองนี้คู่กัน จะช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดประสบการณ์ที่เกมมอบให้ จึงถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจง และทำไมภาพลักษณ์ของเกมภาคนี้ จึงแตกต่างจากโปเกมอนภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่เกม Pokemon ภาค Picross ต้องการนำเสนอออกมา

หัวใจหลักของการนำเสนอเนื้อหา ของเกมโปเกมอนภาคนี้ คือการเปลี่ยนภาพจำของเกมโปเกมอน ให้กลายเป็นเกมที่เล่นได้แบบสบาย ๆ แต่ต้องใช้ความคิดเป็นหลัก หลังจากเกมเปิดตัวในปี 2015 เกมภาคนี้ ไม่ได้พยายามสร้างความตื่นเต้น หรือแรงกระตุ้นแบบฉับไว

แต่เลือกนำเสนอความสนุก ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นลำดับ การแก้ปริศนาแต่ละช่อง ถูกออกแบบให้ผู้เล่นต้องหยุดพิจารณา และตัดสินใจอย่างรอบคอบ ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าความสำเร็จในเกมนี้ เกิดขึ้นมาจากความอดทนการนำเสนอเนื้อหา มากกว่าทักษะเชิงปฏิกิริยา

และในอีกมุมหนึ่ง บทบาทของโปเกมอนถูกลดทอน จากการเป็นตัวละครหลักในเชิงกลไก มาอยู่ในฐานะรางวัลทางภาพ เมื่อแก้ปริศนาได้สำเร็จ แนวคิดนี้ ทำให้การปลดล็อกภาพโปเกมอน กลายเป็นแรงจูงใจปลายทาง มากกว่าการเป็นจุดศูนย์กลางของระบบเล่น

สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่อยากรู้ เกี่ยวกับเกมโปเกมอนภาคนี้

หนึ่งในคำถามหลักของผู้เล่น คือเกมนี้สามารถเล่นได้ฟรีจริง หรือไม่ และต้องพึ่งพาการเติมเงินมากแค่ไหน ซึ่งเกมโปเกมอนภาคพิครอสนี้ ถูกออกแบบให้เล่นจนจบได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินจริง ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015 แต่การจำกัดพลังงาน ทำให้จังหวะการเล่นถูกควบคุมอย่างชัดเจน

ผู้เล่นจึงต้องตัดสินใจว่าจะรอเวลา หรือยอมชะลอความคืบหน้าของเกมไว้ก่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ เมื่อกล่าวถึงเกมภาคนี้ และอีกประเด็นที่ผู้เล่นสนใจ คือเกมนี้เหมาะกับใครกันแน่ จากข้อมูลการใช้งานพบว่า 70% ของผู้เล่น เป็นกลุ่มที่มองหาเกมเล่นในระยะเวลาสั้น ๆ

มากกว่าการเล่นยาวต่อเนื่อง ทำให้เกมภาคนี้จึงตอบโจทย์ผู้เล่น ที่ชอบเกมฝึกสมอง และมีเวลาจำกัด โดยขณะเดียวกันเอง เกมนี้ก็อาจไม่เหมาะกับแฟนเกมโปเกมอน ที่คาดหวังเนื้อเรื่อง หรือระบบการเติบโตของตัวละคร แบบเกมภาคหลัก

สรุป รีวิว เกมโปเกมอนพิครอส เกมวิดีโอปริศนา

Pokemon ภาคพิครอส เป็นเกมที่มีตัวตนชัดเจน และไม่พยายามทำเกินบทบาทของตัวเอง ความเรียบง่ายของระบบ การใช้โปเกมอนเป็นแรงจูงใจเชิงภาพ และการควบคุมจังหวะการเล่น ล้วนสะท้อนว่าเกมนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม มากกว่าการเอาใจทุกคน

กระแสตอบรับเกมภาคนี้ จากเหล่าแฟนเกม เป็นอย่างไรบ้าง?

กระแสตอบรับของเกมภาคนี้ คือเป็นประสบการณ์การเล่นแบบเฉพาะทาง มากกว่าเป็นเกมภาคที่ตั้งใจเอาใจผู้เล่นทุกกลุ่ม โดยมีกลุ่มนักวิจารณ์จำนวนหนึ่ง มองว่าเกมโปเกมอนภาคนี้ ทำหน้าที่ของเกม Picross ได้ดี อย่างการมีความชัดเจนในเรื่องของกติกา และการไล่ระดับความยากต่าง ๆ ภายในเกม

จุดเด่น และจุดด้อยของเกม Pokemon ภาคนี้ คืออะไร?

จุดเด่นเกมนี้ อยู่ที่ความเรียบง่าย และความสม่ำเสมอของการเล่น ตัวเกมทำให้การแก้ปริศนากลายเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลาย และใช้โปเกมอนเป็นแรงจูงใจได้อย่างเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม จุดด้อยก็ชัดเจนไม่แพ้กัน ระบบพลังงานที่จำกัดจังหวะการเล่น อาจทำให้ผู้เล่นบางกลุ่มรู้สึกสะดุด ระหว่างการเล่นเกม

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง